ReadyPlanet.com
bulletจุลินทรีย์หอมคาซาม่า
bulletใบเสนอราคาจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย/ดับกลิ่นกรุงเทพฯ
bulletใบเสนอราคาจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย/จุลินทรีย์ดับกลิ่นสำหรับต่างจังหวัด
bulletลูกค้าที่ใช้จุลินทรีย์ของเราบางส่วน
bulletวิธีการแก้ปัญหากลิ่นห้องน้ำโชยเข้าห้องนอน
bulletห้องน้ำเหม็นมากๆส้วมเหม็นมากๆแก้ไขได้ง่ายๆ
bulletห้องน้ำเหม็นตอนฝนตก/ห้องน้ำส่งกลิ่นแรงช่วงหน้าฝน
bulletดับกลิ่นเหม็นในบ่อเกรอะ/บำบัดกลิ่นเหม็นในบ่อเกรอะ
bulletวิธีทำความสะอาดห้องน้ำ/ส้วมให้มีกลิ่นหอม
bulletดับกลิ่นบ่อบำบัดน้ำเสียส่งกลิ่นเหม็น
bulletดับกลิ่นเหม็นบ่อเกรอะ
bulletประโยชน์ของการเติมจุลินทรีย์ย่อยสลายลงไปในบ่อเกรอะ
bulletจุลินทรีย์เติมบ่อเกรอะ
bulletห้องน้ำมีกลิ่นเหม็น/ กลิ่นเหม็นในห้องน้ำ
bulletกลิ่นเน่าเหม็นจากบ่อเกรอะแก้อย่างไร?
bulletจำหน่ายอีเอ็มดับกลิ่น/อีเอ็มบำบัดน้ำเสีย
bulletห้องน้ำเหม็น/ห้องน้ำส่งกลิ่นแรง
bulletกลิ่นเหม็นในห้องน้ำมาจากจุดใด?
bulletวิธีดับกลิ่นห้องน้ำเหม็นส้วมเหม็นด้วยจุลินทรีย์-Kasama
bulletจุลินทรีย์ดับกลิ่นและบำบัดน้ำเสีย-KASAMA
bulletวิธีดับกลิ่นส้วม/วิธีดับกลิ่นส้วมเหม็น
bulletท่อน้ำทิ้งในห้องน้ำส่งกลิ่นเหม็น
bulletการใช้จุลินทรีย์-Kasama ทำความสะอาดห้องน้ำปั๊มน้ำมัน
bulletวิธีดับกลิ่นท่อน้ำทิ้ง/วิธีดับกลิ่นท่อระบายน้ำทิ้ง
bulletของเสียในห้องน้ำห้องส้วม
bulletวิธีดับกลิ่นเหม็นในห้องน้ำ
bulletจุลินทรีย์ดับกลิ่น/จุลินทรีย์ดับกลิ่นห้องน้ำ
bulletกลิ่นเหม็นห้องน้ำ
bulletจุลินทรีย์ดับกลิ่น ซื้อที่ไหน
bulletจุลินทรีย์ดับกลิ่นห้องน้ำ ซื้อที่ไหน
bulletดับกลิ่นห้องน้ำ/ลดกลิ่นห้องน้ำ
bulletดับกลิ่นเหม็นท่อน้ำทิ้งในห้องน้ำ
bulletดับกลิ่นห้องน้ำ/ดับกลิ่นส้วม
bulletการใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายทำความสะอาดห้องน้ำ
bullet(( การบำบัดน้ำเสียในคอนโดมิเนียมและอพาร์ทเม้นท์ ))
bulletการบำบัดน้ำเสียในหมู่บ้านด้วยจุลินทรีย์อีเอ็ม
bulletการดูแลบ่อเกรอะไม่ให้ส่งกลิ่นรบกวน
bullet(( ขาย จุลินทรีย์ em ))
bulletจุลินทรีย์ดับกลิ่นน้ำเน่าเสียดับกลิ่นน้ำเน่าเหม็น
bulletจำหน่ายอีเอ็มบำบัดน้ำเสีย
bulletอีเอ็มดับกลิ่น
dot
จุลินทรีย์ดับกลิ่นและบำบัดน้ำเสีย
dot
bulletจุลินทรีย์
bulletจุลินทรีย์อีเอ็ม( EM )
bullet排水の微生物処理/微生物消臭くさい
bulletMicrobial treatment of wastewater / microbial deodorize
bulletการใช้จุลินทรีย์ดับกลิ่นในห้องน้ำห้องส้วม
bulletห้องน้ำมีกลิ่นเหม็น
bulletชักโครกมีกลิ่นเหม็น
bulletวิธีแก้ห้องน้ำเหม็น
bulletส้วมเหม็น ทำไงดี?
bulletส้วมเหม็น ทำอย่างไร?
bulletกลิ่นเหม็นในห้องน้ำ
bulletชักโครกมีกลิ่นเหม็นมีวิธีแก้ไข
bulletท่อน้ำทิ้งมีกลิ่น
bulletห้องน้ำคอนโดมีกลิ่นเหม็น/ห้องน้ำโรงแรมมีกลิ่นเหม็น/ห้องน้ำอพาร์ทเม้นท์มีกลิ่นเหม็น
bulletการแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียด้วยจุลินทรีย์อีเอ็ม
bulletการใช้จุลินทรีย์ในการดับกลิ่นและบำบัดน้ำเสียในตลาดสด
bulletการใช้จุลินทรีย์บำบัดของเสียในร้านอาหารและภัตตาคาร
bulletการใช้จุลินทรีย์อีเอ็มในโรงพยาบาลและคลีนิก
bulletทำไมต้องใช้จุลินทรีย์ย่อยสลาย?
bulletการทำงานของจุลินทรีย์
bulletประโยชน์ของจุลินทรีย์อีเอ็ม
bulletปัญหาการใช้จุลินทรีย์อีเอ็ม
bulletการใช้จุลินทรีย์ให้ได้ผลดี
bulletความเข้าใจในการใช้จุลินทรีย์ดับกลิ่นเหม็นต่างๆ
bulletวิธีการกำจัดกลิ่นเหม็นด้วยจุลินทรีย์
bulletการแก้ปัญหาน้ำเสียด้วยจุลินทรีย์ย่อยสลาย
dot
จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย
dot
bulletน้ำเสีย
bulletบำบัดน้ำเสีย
bulletบำบัดน้ำเสีย น้ำท่วม
bulletem บำบัดน้ำเสีย
bulletวิธีบำบัดน้ำเสีย
bulletการบำบัดน้ำเสีย
bulletวิธีการบำบัดน้ำเสีย
bulletน้ำเสียและการบําบัดน้ำเสียแบบง่ายๆ
bulletอีเอ็มบำบัดน้ำเสีย/อีเอ็มดับกลิ่น
bulletปัญหาการใช้จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียและดับกลิ่น
bulletการผลิตจุลินทรีย์ใช้ภายในโรงงาน
bulletการบำบัดน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม
bulletการใช้จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรม
bulletการใช้จุลินทรีย์กำจัดไขมันในโรงอาหาร
bulletการใช้จุลินทรีย์อีเอ็มดับกลิ่นในไซท์งานก่อสร้าง
dot
การใช้จุลินทรีย์ในส่วนอื่นๆ
dot
bulletบ่อเลี้ยงปลา/ตู้เลี้ยงปลา
bulletการใช้จุลินทรีย์กับสุนัขและสัตว์เลี้ยงอื่นๆ
bulletกลิ่น / กลิ่นไม่พึงประสงค์
bulletกรงสุนัข/คอกสุนัข
bulletจุลินทรีย์ดับกลิ่นสุนัข : น้ำยาดับกลิ่นสุนัข
bulletกลิ่นสุนัข/กลิ่นสัตว์เลี้ยง
bulletวิธีกําจัดกลิ่นสุนัข/วิธีกำจัดกลิ่นสัตว์เลี้ยงด้วยจุลินทรีย์อีเอ็ม
bulletจุลินทรีย์ทำความสะอาดสุนัข
bulletจุลินทรีย์ดับกลิ่นเหม็นทุกชนิด
bulletการกำจัดกลิ่นห้องน้ำด้วยจุลินทรีย์อีเอ็ม
bulletส้วมเหม็น / ห้องน้ำมีกลิ่นเหม็น/กลิ่นส้วม
bulletห้องน้ำเหม็นอับ
bulletจุลินทรีย์ดับกลิ่นห้องน้ำ / ห้องส้วม
bulletส้วมเต็มง่าย
bulletส้วมมีกลิ่น / ห้องน้ำมีกลิ่น/ กลิ่นส้วม
bulletการเก็บรักษาจุลินทรีย์ดับกลิ่น
bulletปัญหาการใช้จุลินทรีย์ดับกลิ่นส้วม/จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย
bulletเทคนิคการใช้จุลินทรีย์ดับกลิ่น/บำบัดน้ำเสีย
bulletใช้จุลินทรีย์ดับกลิ่นอย่างไรจึงจะได้ผล ?
dot
= การประยุกต์ใช้จุลินทรีย์ =
dot
bulletการประยุกต์ใช้จุลินทรีย์
bulletดับกลิ่นในห้องน้ำและห้องนอนด้วยจุลินทรีย์ดับกลิ่น
bulletการใช้จุลินทรีย์ทะลวงในท่อที่อุดตัน
bulletการประยุกต์ใช้จุลินทรีย์เป็นปุ๋ยน้ำชีวภาพ/ปุ๋ยชีวภาพ
bulletปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ/ปุ๋ยชีวภาพ
bulletการใช้จุลินทรีย์ดับกลิ่นในสวนสัตว์
bulletการใช้จุลินทรีย์ในฟาร์มปศุสัตว์
bulletการใช้จุลินทรีย์ดับกลิ่นสุนัข
bulletสารพัดประโยชน์จากจุลินทรีย์
bulletการประยุกต์ใช้จุลินทรีย์ประจำวัน
bulletการใช้ประโยชน์จุลินทรีย์ในบ้าน
bulletการใช้จุลินทรีย์ในบ่อเลี้ยงปลา/บ่อเลี้ยงกุ้ง
bulletเลี้ยงกุ้งอย่างไรให้ประสพผลสำเร็จ?
bulletโรคกุ้งตายด่วน EMS
bulletการกำจัดโรคกุ้งEMS
bulletโรคกุ้ง
bulletเลี้ยงกุ้งให้ได้ผลผลิตสูงและปลอดภัย
bulletการเลี้ยงกุ้งด้วยเกษตรอินทรีย์
bulletจำหน่ายจุลินทรีย์ดับกลิ่น/จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย
bulletการใช้จุลินทรีย์อีเอ็มในฟาร์มเลี้ยงสุกรให้ได้ผลดี
bulletแผนผังเว็บไซต์
dot
เครือข่ายพันธมิตร
dot
bulletสินค้าจดสิทธิบัตร
bulletร้านส่งดอกไม้ทั่วไทย
dot
อ่านหนังสือพิมพ์
dot
bulletไทยรัฐ
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletสยามธุรกิจ
bulletเดลินิวส์
bulletคมชัดลึก
bulletแนวหน้า
bulletบริหารจัดการ
bulletPB
bulletLoGo
bulletGoogle Focus
bulletHotmail
bulletYahoo
dot
ธนาคาร
dot
bulletกรุงเทพ
bulletกสิกร
bulletกรุงไทย
bulletไทยพาณิชย์
bulletกรุงศรีอยุธยา
bulletเช็ค EMS ภายในประเทศ
bulletThailandservices
bulletFB
bulletTwitter
bulletเพลง
bulletYoutube
bulletช่างปั้นรูปเหมือน/ทำแม่พิมพ์/ทำโมลด์


เป็นสิวอักเสบ, สบู่ทำความสะอาดสิว, สิวที่แก้ม, สิวอักเสบที่คาง, สิวหนอง, สิวหัวช้าง, สิวผดผื่น, สิวเสี้ยน, ผดผื่นคัน, สิวผดผื่น, รังแค, เชื้อราบนหนังศีรษะ
มีปัญหาฟาร์มเป็ดส่งกลิ่นเหม็นรบกวน ฟาร์มไก้ส่งกลิ่นเหม็นมากๆแก้ไขได้ง่ายๆ
บ่อเกรอะส่งกลิ่นเหม็น, แก้บ่อเกรอะเหม็น, ห้องน้ำส่งกลิ่นเหม็นทำอย่างไร? อยากรู้คลิกดูที่นี่..
ดับกลิ่นสุนัข, ดับกลิ่นฟาร์มสุนัข, ดับกลิ่นคอกสุนัข, ดับกลิ่นกรงสุนัข, ดับกลิ่นมูลสัตว์เลี้ยง, ดับกลิ่นมูลสุนัข, ดับกลิ่นสัตว์เลี้ยง
ฟาร์มสุกรส่งกลิ่นเหม็น, ฟาร์มหมูส่งกลิ่นเหม็น, ฟาร์มสัตว์เลี้ยงส่งกลิ่นเหม็น, กลิ่นเหม็นจากฟาร์มหมู, แก้ปัญหากลิ่นเหม็นจากฟาร์มหมู, ดับกลิ่นฟาร์มหมู, ดับกลิ่นฟาร์มสัตว์เลี้ยง,
ห้องน้ำเหม็น, ส้วมเหม็น, จุลินทรีย์ดับกลิ่นห้องน้ำเหม็น, จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย, จุลินทรีย์อีเอ็ม, จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูง, อีเอ็ม, จำหน่ายอีเอ็ม, จำหน่ายจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย, ขายอีเอ็ม, ขายจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย, ดับกลิ่นส้วมเหม็น, บำบัดน้ำเ


โรคกุ้ง

                       

โรค EMS หรือโรคตายด่วนในกุ้งได้สร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งอย่างมาก การศึกษาและวิจัยทั้งในและต่างประเทศสรุปตรงกันว่า โรคกุ้งตายด่วนหรือโรค EMS เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย 2 ชนิด คือ

1. Vibrio Harveyi

2. Vibrio Parahemolyticus

การรักษาโดยใช้ยาปฏิชีวนะหรือใช้สารเคมีต่างๆนอกจากไม่ได้ผลแล้ว ยังเกิดภาวะสารตกค้างในเนื้อกุ้งที่เลี้ยงอีก

ผลดีมากๆของการใช้จุลินทรีย์ในบ่อเลี้ยงกุ้งคือ ปลอดภัยทั้งผู้เลี้ยงกุ้งและผู้บริโภคกุ้ง ไม่มีสารเคมีตกค้างใดๆ ประการสำคัญคือ กุ้งที่เลี้ยงจะปลอดโรคตายด่วน สุขภาพกุ้งสมบูรณ์และแข็งแรง มีภูมิต้านทานโรคสูง

การใช้จุลินทรีย์อีเอ็มในฟาร์มเลี้ยงกุ้งต้องมีเทคนิคและวิธีการใช้อย่างถูกต้องจึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้นำไปประยุกต์ใช้ กรณีที่ใช้ไม่เป็นหรือใช้ไม่ถูกต้อง อาจเกิดประโยชน์น้อยหรือไม่เกิดประโยชน์ใดๆเลยก็มี ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับ " การใช้เป็น และ ใช้อย่างถูกต้อง " จึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ใช้

โรคกุ้งมาจากไหน? โรคกุ้งเกิดขึ้นได้อย่างไร? โรคกุ้งส่งผลกระทบต่อผู้เลี้ยงกุ้งอย่างไร?

โรคสามารถเกิดขึ้นกับสิ่งมีชีวิต ทั้งพืชและสัตว์ ไม่มีเว้นแม้กระทั่งกุ้งในธรรมชาติหรือกุ้งที่เลี้ยงตามบ่อเลี้ยงกุ้งทั่วๆไป โรคในกุ้งมาจากไหน? เกิดขึ้นได้อย่างไร?

โรคกุ้งหรือโรคที่เกิดขึ้นในกุ้งมาจากหลายแหล่งด้วยกันดังนี้

1. ดิน  ซึ่งดินที่ใช้ทำบ่อเลี้ยงกุ้งจะมีเชื้อแบคทีเรียกระจายปะปนอยู่ในดินจำนวนมาก ถึงแม้เกษตรกรก่อนการเลี้ยงกุ้งจะทำการตากบ่อดินเป็นอาทิตย์ ก็ไม่ได้ทำให้เชื้อเหล่านี้หมดไป การเกิดโรคที่มาจากดินเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าทุกแหล่ง

2. น้ำ  ถึงแม้น้ำจะเป็นปัจจัยที่สำคัญในการเลี้ยงกุ้ง แต่น้ำก็เป็นแหล่งที่มาของโรคในกุ้งได้เช่นกัน สามารถทำให้กุ้งตายยกบ่อได้

3. อากาศ  ในอากาศจะมีแบคทีเรียกระจายทั่วไปทุกอณู  กุ้งสามารถรับโรคได้ทางอากาศ

4. อาหาร  ในส่วนของอาหารที่เลี้ยงกุ้งเมื่อละลายกับน้ำที่เลี้ยงในบ่อ อาจเกิดน้ำเสียขึ้นได้ เกิดการติดเชื้อที่กุ้งได้

ดังนั้นในการกำจัดโรคกุ้งจึงควรพิจารณาปัจจัยทั้ง 4 ข้อนี้เป็นหลัก ถ้าแก้ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ได้ ก็จะส่งผลให้กุ้งไม่มีโรคได้ นั่นหมายถึงผลผลิตเพิ่มขึ้น กำไรก็มากขึ้น กุ้งสุขภาพดี เป็นที่ปรารถนาของคนเลี้ยงกุ้งโดยตรง  การแก้ไขปัญหาโรคในกุ้งไม่ใช่เรื่องยากอะไร เพียงแก้ตรงจุด ก็สามารถทำให้กุ้งปลอดโรคได้

โรคที่พบในกุ้ง ( บางส่วน )

โรคตัวแดงจุดขาว/โรคจุดขาว
ลักษณะอาการ
     กุ้งจะว่ายมาเกยตามขอบบ่อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ      อัตราการกินอาหารยังปกติ ลักษณะของกุ้งที่มาเกยขอบบ่อในระยะแรกจะมีอาการตัวแดง เปลือกนิ่มบางโดยเฉพาะส่วนหัวและบริเวณสันหลังตลอดแนวลำตัวมีสีแดงก่อนส่วนอื่น   ต่อมาประมาณ 3-4 วัน   จะพบว่ากุ้งที่ขึ้นยอก็มีอาการตัวแดงและเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ  บางกรณีอาจมีจุดกระขาวเล็กๆ เกิดขึ้นด้านในของเปลือกหุ้มตัวซึ่งมักพบที่บริเวณได้เปลือกหุ้มส่วนหัว กุ้งกินอาหารน้อยลง และต่อมา 5-7 วัน จะมีอัตราการตายมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โรคตัวแดงจุดขาวมักเกิดขึ้นมากในระยะอากาศหนาวอุณหภูมิน้ำในช่วงกลางวันกับกลางคืนแตกต่างกันมาก     โดยเฉพาะในบ่อที่มีแพลงก์ตอนบลูมมากและประสบปัญหาแพลงก์ตอนตายพร้อมกันในบ่อทำให้กุ้งเครียดและติดเชื้อได้ง่ายโรคนี้จะมีการระบาดมากช่วงอุณหภูมิน้ำเปลี่ยนแปลงสูง  คือ ในระหว่างเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งเป็นช่วงอากาศหนาวเย็นในตอนเช้า และร้อนในตอนบ่าย
สาเหตุ
     กุ้งอยู่ในภาวะเครียดเนื่องจากอุณภูมิของน้ำต่ำมากและมีความแตกต่างกันมาก ระหว่างกลางวันกับกลายคืน ( 22-23 °C)     ถ้าน้ำในบ่อมีแพลงก์ตอนไดโนแฟลกเจลเลทสูงเกินความเหมาะสม    และมีปริมาณแบคทีเรียบริเวณก้นบ่อสูง  ทำให้กุ้งติดเชื้อได้ง่าย  เชื้อที่เข้าทำลายและทำให้กุ้งตายจำนวนมาก  คือ  เชื้อไวรัส white spot syndrome virus (WSSV) และบางกรณีอาจมีแบคทีเรียร่วมกันทำลายสุขภาพกุ้ง ซึ่งมักพบไวรัสบริเวณต่อมลิมฟอยด์กับจุดกระขาว และมีแบคทีเรียหนาแน่นในส่วนของตับ ตับอ่อน ในเลือด และพบประปรายในจุดกระขาว
การรักษาการป้องกัน
     ลดปริมาณอาหาร 10-20 % พร้อมทั้งปรับปรุงคุณภาพน้ำ  โดยใช้ปูนขาว 2-5 กก./ไร่ สาดไปทั่วๆ บ่อ  จากนั้นใช้คลอรีนผง 0.5-1 กก./ไร่  โรยทั่วบ่อในช่วงก่อนให้อาหาร 1 ชั่วโมงทำทุกมื้อหรือมื้อเว้นมื้อ ติดต่อกัน 3 วัน ขณะที่ทำต้องเปิดเครื่องตีน้ำตลอดเวลา   ทั้งนี้เพื่อฟื้นฟูคุณภาพน้ำและฆ่าเชื้อ เกษตรกรควรจะปล่อยลูกกุ้งลงเลี้ยงในอัตราไม่เกิน 60,000 ตัว/ไร่   โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าดินฟ้าอากาศผิดปกติหรือไม่เหมาะสม    บ่อที่ใช้น้ำตรงจากคูคลองควรมีการฆ่าเชื้อ    โดยใช้คลอรีนหรือฟอร์มาลิน ( เหมือนการป้องกันโรคหัวเหลือง )  ถ้าใช้คลอรีนให้นำถุงใส่คลอรีนผงแขวนไว้ปากทางน้ำเข้า   ข้อสำคัญต้องควบคุมปริมาณแพลงก์ตอนให้มีปริมาณไม่สูงจนเกิดการตายพร้อมกันทั้งบ่อ หากจะให้ปลอดภัยควรจะเว้นการเลี้ยงในช่วงนี้

โรคหัวเหลือง
ลักษณะอาการ
     กุ้งอ่อนแอและลอยหัวขึ้นมาตายตามขอบบ่อจำนวนมาก ภายในระยะเวลา 3-4 วันหลังจากการติดเชื้อ   เมื่อตรวจดูพบว่าส่วนตับและตับอ่อนตลอดจนเหงือกกุ้งมีสีเหลือง หลังจากพบกุ้งตายแล้ว ในระยะนี้กุ้งจะไม่กินอาหารซึ่งต่างกันระยะก่อนตาย กุ้งกินอาหารค่อนข้างมาก
สาเหตุ
     จากการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งซึ่งมีรูปร่างเป็นแท่ง มีขนาดเล็กกว่าเอ็มบีวี เรียกว่า ไวรัสหัวเหลืองหรือ yellow-head Baculovirus (YBV)
การรักษาการป้องกัน
     ลดอัตราการให้อาหาร 50% ฟื้นฟู และปรับปรุงคุณภาพน้ำ ไม่ต้องให้ยาปฏิชีวนะใด ๆ ในบริเวณที่เกิดปัญหาบ่อยครั้งการป้องกันอาจทำได้โดยมีบ่อพักน้ำและบำบัดน้ำให้ดีก่อนนำน้ำมาใช้ในบ่อเลี้ยง   และถ้ากุ้งบ่อใดเป็นโรคหัวเหลืองก่อนถ่ายน้ำลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ        หรือคูคลองต้องฆ่าเชื้อด้วยแคลเซียมไฮโปรคลอไรท์ความเข้มข้น 8-16 กิโลกรัม/ไร่ ที่ระดับน้ำลึก 1 เมตร หรือโซเดียมไฮโปคลอไรท์ในปริมาณ 60 มล./ไร่ เพื่อไม่ให้เชื้อไวรัสระบาดไปยังบ่ออื่น   หรือฟาร์มอื่น การปล่อยกุ้งในอัตราที่ไม่เกิน 60,000-100,000 ตัว/ไร่ จะลดปัญหาการเกิดโรคได้มาก และเมื่อเกิดโรคก็จะจัดการได้ง่ายกว่าการปล่อยกุ้งหนาแน่นเกินไป หรือปล่อยแบบเผื่อตาย ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องและทำให้เสี่ยงต่อการตายแบบยกบ่อ นอกจากนี้ยังพบว่าบ่อเลี้ยงที่รักษาคุณภาพน้ำให้ดีอยู่เสมอ และเลี้ยงกุ้งบาง ๆ    แม้กุ้งจะติดเชื้อหัวเหลืองก็ยังสามารถเลี้ยงรอดไปจนถึงขนาดที่จับขายได้

โรคทอร่าซินโดรม (Taura Syndrome; TS)
เชื้อก่อโรค Taura Syndrome Virus (TSV) อยู่ในกลุ่ม Picornaviridae เป็น RNA ไวรัส สามารถก่อโรคในกุ้ง Penaeid หลายชนิดของอเมริกา และก่อโรคมากที่สุดในกุ้ง Penaeus vannamei นอกจากนั้นพบใน P. stylirostris, P. Setiferus จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการสามารถทำให้เกิดโรคในลูกกุ้งระยะ PL     และกุ้งวัยรุ่นของ P. schmittii, P.aztecus, P. duorarum, P. chinensis, P. monodon และ P. japonicus
การแพร่กระจาย
     พบครั้งแรกในแม่น้ำ Taura ประเทศ Ecuador ปี 1992 ต่อมาได้ระบาดไปยังแหล่งที่อยู่อาศัยของกุ้งในลาตินอเมริกา    รวมถึงฮาวายและบริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก    ทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงในประเทศ    Columbia, Costa Rica , El Salvador , Guatemala , Ho  nduras, Mexico, Nicaragua, Panama และPeruTSV ยังสร้างปัญหาให้แก่ฟาร์มเลี้ยงกุ้งในฝั่งทะเล Atlantic หลายประเทศได้แก่ Brazil, Belize, Columbia, Mexico และ Venezuela
รวมถึงเขตตะวันออกเฉียงใต้ของอเมริกาในรัฐ Florida, Carolina และ Texas ซึ่งมีผลทำให้ธุรกิจการเลี้ยงกุ้งใน Florida และ Belize    เสียหายอย่างราบคาบทั้ง
ประเทศ สำหรับในเขตเอเชียพบในใต้หวัน และบางจังหวัดของจีนซึ่งรายงานว่าติดมาแพร่กระจายโดยการนำเข้ากุ้ง P. vannamei จากอเมริกากลาง
ลักษณะอาการของโรค
     TS จะเกิดกับกุ้งในระยะโพสลาร์วา (PL) ของ P.vannamei ในช่วง 14-40 วัน หลังจากลูกกุ้งลงอยู่ในบ่อเลี้ยง แต่บางกรณีก็จะเกิดในกุ้งระยะโตกว่านี้ได้
ลักษณะอาการที่สังเกตได้ชัดเจนแบ่งได้ 3 ระยะ ได้แก่
          1. ระยะติดเชื้อรุนแรง เป็นระยะที่มีการติดเชื้อในเนื้อเยื่อชั้นนอกอย่างรุนแรง ทำให้กุ้งตายในปริมาณสูง 40-90%
          2. ระยะการับเชื้อผ่าน เป็นระยะที่ไวรัสผ่านเข้าสู่ Lymphoid organของกุ้งที่รอดตายจากระยะแรก เป็นเวลา 2-3 วัน ถ้าเชื้อสะสมมากกุ้งจะทยอยตายไปเรื่อย ๆ
          3. ระยะติดเชื้อแบบเรื้อรัง คือ กุ้งที่รอดตายจากการติดเชื้อระยะ 1 และ ผ่านระยะ 2 จนถึงระยะ 3 จะเป็นตัวเชื้อ carrier    ไปสู่ตัวอื่น ๆ ทำให้เกิดการแพร่กระจายโรคได้อย่างรวดเร็ว
การสังเกตลักษณะอาการภายนอก
PL-กุ้งวัยรุ่น
     จะสังเกตเห็นชัดเจนโดยลำตัวมีสีชมภูแดง   โดยเฉพาะบริเวณแพนหาง   และระยางค์ขาทั้งหมดซึ่งมักถูกเรียกว่าโรคหางแดง ( red tail disease )เมื่อนำไปดูด้วยกล้องจุลทัศน์จะเห็นปลายระยางค์เริ่มมีอาการกร่อนและเน่า (ภาพ a.-b.) อาการประกอบอื่น ๆ คือ เปลือกนิ่ม ลำไส้  ไม่มีอาหารและจะตายเมื่อกุ้งลอกคราบ กุ้งป่วยที่ยังว่ายน้ำได้จะเริ่มเข้าขอบบ่อ ระยะนี้จะสังเกตเห็นนกบินโฉบ ตามบ่อที่เกิดโรค หรือบริเวณที่โรคระบาด (โดยเฉพาะกุ้งป่วยมีขนาด น้ำหนักมากกว่า 1 กรัม)
ระยะที่ 2
     ใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน   กุ้งที่รอดตายจากระยะที่ 1 บริเวณเปลือกกุ้งจะมีจุดแผลน้ำตาลดำปรกกฎให้เห็นประปราย ( ภาพ c.-d. )    กุ้งที่มีแผลอาจจะมีเปลือกนิ่มหรือเปลือกแข็งปกติดีและอาจไม่แสดงลักษณะลำตัวสีแดงหรือหางแดง บางตัวยังกินอาหารได้ตามปกติด ซึ่งจะรอดไปถึงระยะที่ 3
ระยะที่ 3
     เป็นกุ้งที่รอดตายจากระยะที่ 1 และ 2 บางตัวอาจจะมีแผลจุดดำตามเปลือก (ภาพ e.) จนกว่าจะลอกคราบและหายไปแต่ยังมีเชื้อ TSV อยู่ในตัวและกลายเป็นตัวนำโรคให้แพร่กระจายได้
การวินิจฉัยยืนยัน
     ตรวจด้วย RT-PC R (เป็นวิธีที่ให้บริการแล้วและใช้เวลาสั้น แต่ค่าใช้จ่ายสูงมาก)
การป้องกันและควบคุมโรค TS
          1. ใช้ลูกกุ้งที่ผลิตมาจากพ่อแม่พันธุ์ที่ผ่านการับรองว่าปลอดเชื้อและคัดเลือกพันธุ์แบบปลอดTSV เท่านั้น โดยการนำเข้าจะต้องมีเอกสารรับรองจากสถาบันที่เชื่อถือ
ได้
          2. ตรวจสอบการมีเชื้อในลูกกุ้งโดยสุ่มตัวอย่างไปตรวจ RT-PCR ก่อนลงเลี้ยง
          3. ถ้าเกิดโรคในบ่อระยะกุ้งขึ้นเกยขอบรีบคัดขึ้นมาทำลายด้วยความร้อนในหมดทุกวัน   กุ้งที่เหลือเมื่อจับขายหมดบ่อ   ต้องเข้มงวดในการบำบัดน้ำและดินพร้อมทั้ง
เครื่องมืออุปกรณ์ทุกชนิดในบ่อก่อนลงกุ้งรุ่นต่อไป โดยการใช้คลอรีน/แล้วตากแดดให้แห้งอย่างน้อย 3-4 วัน
          4. หากมีการใช้บริการ กลุ่มรับจับกุ้งจากผู้มีฝีมือการจับ   ให้บำบัดเครื่องมือเครื่องใช้ รวมถึงอุปกรณ์และบุคลากรให้แน่ใจว่าไม่มีเชื้อโรคติดค้างอยู่ก่อนที่จะนำลงไป
ในบ่อ
          5. ในกรณีที่ไม่มีบ่อพักน้ำ การนำน้ำจากคูคลองธรรมชาติเข้าบ่อโดยตรงให้สังเกตและสอบถามบ่อข้างเคียงหรือบ่อที่อยู่ต้นน้ำว่ามีการเกิดโรคหรือไม่ เมื่อปลอดภัยดี
แล้วจึงนำน้ำเข้าบ่อได้ และควรกรองน้ำที่จะเข้าบ่อด้วย
          6. ลงลูกกุ้งด้วยความหนาแน่นที่เหมาะสมกับศักยภาพของบ่อและเครื่องมืออุปกรณ์ มีการดูแลจัดการที่ดีตลอดระยะการเลี้ยง
          7. เมื่อสงสัยว่ากุ้งในบ่อเป็นโรคให้รีบแจ้งศูนย์ฯ, สถานีฯ, ประมงจังหวัด หรือหน่วยประมงเคลื่อนที่ที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงให้ทราบโดยเร็ว    เพื่อการช่วยเหลือด้านวิชาการ และป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส TS
วิธีการสังเกตอาการผิดปกติของกุ้งป่วยที่มีสาเหตุจากการติดเชื้อโรค
     ในระหว่างการตรวจสอบปริมาณอาหารในยอควรตรวจดูลักษณะหรืออาการผิดปกติของกุ้งในยอควบคู่กันไปด้วย ซึ่งอาจสังเกตได้จาก
          1. ผิดตัว  กุ้งที่เริ่มป่วยหรือกำลังป่วยผิวตัวหรือเปลือกอาจมีสีเข้มหรือซีดกว่าปกติ   ผิวด้าน   ไม่มันเงามีรอยสึกกร่อนหรือมีสิ่งแปลกปลอมเป็นคราบสกปรกเกาะตามเปลือกเป็นหย่อม ๆ หรือตลอดลำตัว มีจุดหรือดวงขาวประปรายตามเปลือกคลุมลำตัวและส่วนหัว
          2. แพนหาง กุ้งที่อ่อนแอแพนหางจะหุบลงไม่คลี่แผ่ออกเหมือนกุ้งปกติทั่วไป   เมื่อบีบบริเวณโคนหางเบา ๆ แพนหางจะกางออกเล็กน้อยเท่านั้น หางอาจมีการบวมน้ำ สึกกร่อนและดำคล้ำหรือแดงผิดปกติ
          3. ลำไส้ กุ้งเริ่มป่วยจะกินอาหารน้อยลง และเมื่อป่วยมากจะไม่กินอาหาร สังเกตได้ว่าในลำไส้ของกุ้งป่วยมีอาหารไม่เต็มหรือไม่มีอาหารเลย หรือมีแต่น้ำใส ๆ หรือขี้ขาวผิดปกติ
          4. เหงือก ความผิดปกติของเหงือกอาจสังเกตได้จากสีของเหวือกที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นสีต่างๆ เช่นสีเหลือง ส้ม น้ำตาล แดงหรือดำ หรือมีลักษณะกร่อนเน่าเปื่อยหรือบวมน้ำ เป็นต้น
           5. ระยางค์ ตามระยางค์ต่าง ๆ เช่น ขาว่ายน้ำ ขาเดิน กรี และแพนหางให้สังเกตว่ามีรอยฉีกขาด รอยสึกกร่อน หรือมีคราบสกปรกจับตามระยางค์หรือไม่
           6. ตับและตับอ่อน อาจสังเกตได้จากการมองทะลุเปลือกหุ้มส่วนหัว หรือเปิดเปลือกห้มส่วนหัวออกแล้วดูว่าสีและขนาดของตับและตับอ่อนผิดปกติไปหรือไม่ ตับและตับอ่อนของกุ้งป่วยอาจมีลักษณะลีบเล็กสีคล้ำลง หรือบวมและมีสีซีดกว่าปกติ หรือมีสีเหลืองเห็นได้ชัดเจน
          7. กุ้งที่ติดเชื้อแบคทีเรียจะทยอยตายไปเรื่อย ๆ   ถ้าปล่อยไว้โดยไม่ได้จัดการสภาพแวดล้อมในบ่อให้ดีขึ้น กุ้งจะเพิ่มอัตราการตายมากขึ้น เมื่อจัดการคุณภาพน้ำดีขึ้นแล้ว กุ้งอาจจะหายป่วยได้ หากยังมีอาการไม่ดีและจำเป็นใช้ยาปฏิชีวนะให้ใช้ยาที่อนุญาต และศึกษาวิธีการใช้อย่างเคร่งครัด
          8. กุ้งที่ติดเชื้อไวรัส เมื่อปรากฎอาการให้เห็นชัดเจนแล้ว จะมีอัตราการตายสูงอย่างรวดเร็ว ภายใน 3-5 วัน สำหรับกุ้งมีภูมิต้านทานดีอาจจะชะลออัตราการตายออกไปถึง 2 สัปดาห์ การจัดการคุณภาพน้ำและดินจะช่วยให้อาการดีขึ้นได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ หากไม่มีโรคแทรกซ้อน หากเลยระยะนี้ 2 สัปดาห์ไปแล้ว แสดงว่า การจัดการได้ผลและกุ้งมีภูมิต้านทานเชื้อโรคได้      แต่อาจจะยังมีเชื้อไวรัสแฝงอยู่ในตัวกุ้งให้ควบคุมการแพร่กระจายโรคในระหว่างการถ่ายเทน้ำและการจับกุ้งตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

 

  ปรึกษาการเลี้ยงกุ้งแบบปลอดโรคได้ที่นี่  เราให้คำแนะนำและคำปรึกษากับลูกค้าที่สั่งซื้อจุลินทรีย์กับเรา

 

                                                     << กลับหน้าแรก >>